ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

สนใจติดต่อลงแบนเนอร์โฆษณา หรือปักหมุดกระทู้ คลิกที่นี่

สมัครสมาชิกคลับ!! | กฏกติกามารยาท | กฏระเบียบห้องซื้อขาย-ร้านค้า
ช่องทางสำรองในการติดต่อสื่อสาร เฟสกลุ่ม อย่าลืมแอ๊ดกันไว้ด้วยนะครับ >> http://www.facebook.com/groups/EverestClubThailand/
ประกาศ!! แจ้งเปลี่ยนแปลงวิธีการโพสตั้งกระทู้ใหม่
สมาชิกใหม่ต้องทำการตอบกระทู้ หรือคอมเม้นท์ให้ครบ 3 โพสก่อน จึงจะเริ่มตั้งกระทู้ใหม่ได้

ผู้เขียน หัวข้อ: ทำไมถึงสตาร์ทรถไม่ติด ?  (อ่าน 312 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ yuhoohelloo

  • สมาชิก 30 ไมล์
  • ****
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 13867
  • กระทู้: 34
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพ
  • ชื่อเล่น: อู้หู
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ทำไมถึงสตาร์ทรถไม่ติด ?
« เมื่อ: 04 ธ.ค. 2020, 15:28:35 »
 Share 
ทำไมถึงสตาร์ทรถไม่ติด ?



   จะขับรถออกจากบ้านไปเที่ยววันหยุดทั้งที แต่จู่ๆรถเกิดสตาร์ทไม่ติด สงสัยได้ฤกษ์เสียเงินซ่อมอีกแล้ววว เอาล่ะวันนี้ MR.OOHOO จะพาทุกท่านไปเช็คปัญหาที่อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้รถยนต์ของท่านสตาร์ทไม่ติดครับ เจ้าตัวการจะคืออะไรเราไปดูกันเลย

1. ไดสตาร์ทมีปัญหา
   ปัญหาของไดสตาร์ทส่วนใหญ่จะมาจากสายไฟที่ต่อกับไดสตาร์ทขาดหรือหลุด การขับรถลุยน้ำ หรือแม้กระทั้งการบิดกุญแจค้างไว้ขณะสตาร์ทรถ
   ท่านสามารถตรวจสอบได้เบื้องต้น โดยการเช็คหน้าฟัดไฟ หากไฟในส่วนของแบตเตอร์รี่ยังขึ้นอยู่ แต่มีเสียงขณะสตาร์ท นั่นก็เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าไดสตาร์ทของท่านมีปัญหาครับ

2. ขั้วแบตเตอรี่สกปรก
   ปัญหานี้สาเหตุหลักๆก็น่าจะมาจากการที่ใช้รถแบบไม่ค่อยได้ดูแลรักษาสักเท่าไหร่ จนทำให้ขั้วแบตเตอร์รี่เกิดคราบขี้เกลือ ซึ่งจะทำให้ไฟฟ้าส่งผ่านไปยังส่วนต่างๆของเครื่องยนต์ได้ไม่เต็มที่ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้รถยนต์ของคุณสตาร์ทไม่ติดนั่นเอง
   ท่านสามารถดูแลขั้วแบตเตอร์รี่ได้ด้วยการเช็ดทำความสะอาด โดยเช็ดให้แห้ง เพื่อป้องกันการเกิดสนิมครับ และต้องหมั่นตรวจเช็ตสภาพของแบตเตอร์รี่กันด้วยนะครับ
   
3. แบตเตอรี่เสื่อม
   ปกติแล้วแบตเตอร์รี่จะมีอายุการใช้งานประมาณ 2 ปี หากรถของท่านใช้งานมานานกว่า 2 ปี แถมยังไม่เคยเปลี่ยนแบตเตอร์รี่เลยก็สงสัยได้ทันทีครับว่าเป็นเพราะท่านกำลังใช้งานเจ้าแบตเอตร์รี่เกินอายุการใช้งานแล้ว
   ท่านสามารถตรวจสอบได้จากไฟบนหน้าปัดรถยนต์ โดยการสังเกตุขณะสตาร์ทรถ หากไฟแบตเตอร์รี่ที่หน้าปัดรถไม่ติด นั่นเป็นสัญญาณว่าแบตเตอร์รี่ของท่านกำลังเสื่อมครับ
   
4. ปั๊มน้ำมันเสีย
        ปั๊มน้ำมันหรือที่เรียกกันว่าปั๊มติ๊ก นั่นก็คือปั๊มเชื่อเพลิงเครื่องยนต์ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่อยู่ในถังน้ำมันและทำหน้าที่ดูดน้ำมันจากตัวถังไปยังเครื่องยนต์ ดังนั้นหากเจ้าปั๊มน้ำมันเสียก็จะทำให้รถของท่านสตาร์ทไม่ติดนั่นเอง
        หากรถของท่านติดแก๊สด้วยสามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้จากการที่สตาร์ทน้ำมันไม่ติดแต่สตาร์ทแก๊สติด หรือขณะที่ขับรถด้วยความเร็วคงที่แต่เครื่องยนต์สะดุดครับ

5. ไดชาร์จเสื่อม
         ไม่ว่ารถท่านจะสตาร์ทไม่ติดหรือหากท่านกำลังขับรถแต่อยู่ๆรถก็เกิดดับ ท่านสามารถสังเกตุจากไดชาร์จได้ครับ เพราะไดชาร์จเป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ในการจ่ายไฟและสร้างกระแสไฟฟ้าให้กับเจ้าแบตเตอร์รี่ของท่าน เมื่อไดชาร์จเสื่อมก็เป็นสาเหตุนึงที่ทำให้รถของท่านสตาร์ทไม่ติดได้ครับ
        ท่านสามารถตรวจสอบไดชาร์จของท่านได้โดยสตาร์ทรถทิ้งไว้และถอดขั้วแบตเตอร์รี่ออกหนึ่งข้าง หากรถของคุณมาอาการผิดปกติ เช่น ดับ กระตุก นั้นบ่งบอกได้แล้วว่าไดชาร์จของคุณกำลังเสื่อม

6. ระบบไฟฟ้ามีปัญหา
   การที่ท่านจอดรถทิ้งไว้นานๆ โดยไม่ดูแล ไม่มาสตาร์ทรถเลย ก็อาจเป็นสาเหตุให้สัตว์นาๆชนิดเข้ามาอาศัยและทำให้สายไฟของท่านมีปัญหา อย่างที่ MR.OOHOO เคยเจอมาก็เป็นเพราะเจ้าหนูตัวร้ายกัดสายจนขาดครับ
   ท่านสามารถป้องกันได้ด้วยการหมั่นสตาร์ทรถทุกวันแม้ไม่ได้ใช้งาน และตรวจสอบหน้าปัดไฟทุกครั้ง เพื่อเช็คว่าไฟที่หน้าปัดของท่านยังแสดงปกติหรือไม่นั่นเองครับ



   หากท่านมีการตรวจสอบรถตามระยะทางการใช้งานก็จะช่วยลดปัญหาได้นะครับ และถ้าหากเพิ่มความสบายใจไปด้วย MR.OOHOO แนะนำให้ทุกท่านทำประกันรถยนต์ชั้น 1 เอาไว้นะครับ อุ่นใจแน่นอนเพราะประกันรถยนต์ชั้น 1 คุ้มครองครอบคลุมครับ และถ้าหากท่านกำลังต้องการประกันรถยนต์ราคามิตรภาพก็สามารถเลือกซื้อผ่านเว็บไซต์ www.oohoo.io ได้เลยครับ การันตีราคา เจอถูกกว่าคืนเงินทันที มีให้ท่านเลือกซื้อทั้งพ.ร.บ.ประกันรถมอเตอร์ไซค์ ประกันรถตู้  ประกันรถแท็กซี่ และประกันเดินทางเลยคร๊าบบบ