ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

สนใจติดต่อลงแบนเนอร์โฆษณา หรือปักหมุดกระทู้ คลิกที่นี่

สมัครสมาชิกคลับ!! | กฏกติกามารยาท | กฏระเบียบห้องซื้อขาย-ร้านค้า
ช่องทางสำรองในการติดต่อสื่อสาร เฟสกลุ่ม อย่าลืมแอ๊ดกันไว้ด้วยนะครับ >> http://www.facebook.com/groups/EverestClubThailand/
ประกาศ!! แจ้งเปลี่ยนแปลงวิธีการโพสตั้งกระทู้ใหม่
สมาชิกใหม่ต้องทำการตอบกระทู้ หรือคอมเม้นท์ให้ครบ 3 โพสก่อน จึงจะเริ่มตั้งกระทู้ใหม่ได้

ผู้เขียน หัวข้อ: 2.2 Titanium ออฟชั่น3.2+  (อ่าน 72651 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Mrbom

  • สมาชิก 30 ไมล์
  • ****
  • สมาชิก ID: 6474
  • กระทู้: 42
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: ระยอง
  • ชื่อเล่น: บ๋อม
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
Re: 2.2 Titanium ออฟชั่น3.2+
« ตอบกลับ #90 เมื่อ: 16 ส.ค. 2016, 09:53:53 »

น่าจะมี keyless มาได้แล้วนะครับนี่

คิดเหมือนกันเลยครับ บางที รถแพงกว่า แต่บางอย่างกลับไม่มีเหมือนรถถูกกว่า(มาก)
 - smart entry & Keyless
 - push start

เดี๋ยวนี้ รถ B-Segment ยัน Eco Car ยังมีเลย ราคาถูกว่าหลายเท่าตัว ถึงมองว่า EV มาออฟชั่นเยอะกว่ารถ ราคา หรือ  segment เดียวกัน แต่ของพวกนี้น่าจะพิจารณาใส่มาเป็นอุปกรณ์พื้นฐานได้แล้ว
ส่วนตัวผมกลับไม่ชอบ Push start เพราะมันมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยและ ปัญหาเรื่องตัวรีโมต เพราะ ที่บ้านมีรถสองคัน ตัวหนึ่งเป็นกระบะ Ford  ใช้กุญแจสตาร์ทปกติ ก็ไม่มีปัญหาอะไรเพราะต้องเสียบกุญแจตลอด เวลา Start และอยู่ด้านข้างคนขับ  แต่อีกคัน เป็น Push start และมี Remote เปิดปิดประตูมาให้ มีปัญหากันตลอด คือ
1. ปุ่มมาอยู่ข้างเครื่องเสียง ขับๆ อยู่ คนนั่งข้างมาเผลอกด หรือลูกมาเล่นด้านหน้าตอนรถติด เผลอกด ลองคิดดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าเป็นแบบกุญแจแบบเดิม ไม่มีทางเกิดแบบนี้
2. แฟนมักพกรีโมตใส่กระเป๋าถือ บางครั้งสลับให้ผมขับ เธอลงไปทำธุระ เอากระเป๋าถือไปด้วย ผมลงไปเปิดเอาของหลังรถ กลับมารถยังไม่ได้ดับเครื่อง ผมก็เลยขับไปที่อื่นต่อ มันไปได้นะ แต่มีเสียงเตือนแค่ช่วงแรก ที่กุญแจไม่อยู่ที่รถ   ช่วงที่ผมไปเปิดเอาของท้ายรถ และไฟเตือนแต่ถ้าไม่สังเกตก็ไม่เห็น คราวนี้ ยุ่งเลย เพราะผมขับไปที่อื่นแล้ว แล้วดับเครื่อง สตาร์ทใหม่ก็ไม่ได้แล้ว บรรลัยเกิด ต้องให้นั่งวินตามมา แต่ถ้าเป็นกุญแจไม่เกิดปัญหานี้ แน่นอนเพราะต้องคาไว้ตลอด ไม่มีเผลอ
3. ต้องมานั่งหาตัวรีโมตกันตลอด เวลาจะออกจากบ้านเพราะมันคิดว่ามันอยู่ในรถ กดปุ่มเอาก็ได้ เพราะมานั่งในรถ กันหมดทุกคน ก็มาถามกันว่ารีโมตอยู่ไหน ยุ่งฉิบหาย สุดท้ายอยู่ในบ้านต้องไปเอาอีกเป็นอย่างนี้บ่อยมาก  แต่ถ้าเป็นกุญแจ มันบังคับให้เราต้องมีกุญแจมาเพื่อสตาร์ทรถ ถ้าไปอีกคันไม่เคยเจอปัญหานี้เลย
    เท่าที่ผมใช้มาสองคันที่บ้าน เจอแบบนี้ทะเลาะกันทุกที ผมชอบแบบเดิมๆ มากกว่า ไม่ต้องทะเลาะกัน เพราะเรื่องแบบนี้ ครับ ปลอดภัยด้วย  ความเห็นส่วนตัวนะครับ ไม่ต้องมาดราม่า กันนะครับ  ความเห็นใครก็ความเห็นมัน ไม่มี 100% หรอกครับ

ออฟไลน์ Sukitt

  • สมาชิก 200 ไมล์
  • *******
  • สมาชิก ID: 3814
  • กระทู้: 211
  • พลังน้ำใจ : 3
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: Bangkok
  • ชื่อเล่น: เอ
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
Re: 2.2 Titanium ออฟชั่น3.2+
« ตอบกลับ #91 เมื่อ: 16 ส.ค. 2016, 12:05:09 »
อันนี้เห็นด้วยครับว่า keyless + push start botton ควรจะมีได้แล้ว

ออฟไลน์ dikiboyz

  • สมาชิก 10 ไมล์
  • **
  • สมาชิก ID: 5768
  • กระทู้: 17
  • พลังน้ำใจ : 1
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: บอย
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
Re: 2.2 Titanium ออฟชั่น3.2+
« ตอบกลับ #92 เมื่อ: 16 ส.ค. 2016, 12:49:05 »
น่าจะมี keyless มาได้แล้วนะครับนี่

คิดเหมือนกันเลยครับ บางที รถแพงกว่า แต่บางอย่างกลับไม่มีเหมือนรถถูกกว่า(มาก)
 - smart entry & Keyless
 - push start

เดี๋ยวนี้ รถ B-Segment ยัน Eco Car ยังมีเลย ราคาถูกว่าหลายเท่าตัว ถึงมองว่า EV มาออฟชั่นเยอะกว่ารถ ราคา หรือ  segment เดียวกัน แต่ของพวกนี้น่าจะพิจารณาใส่มาเป็นอุปกรณ์พื้นฐานได้แล้ว
ส่วนตัวผมกลับไม่ชอบ Push start เพราะมันมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยและ ปัญหาเรื่องตัวรีโมต เพราะ ที่บ้านมีรถสองคัน ตัวหนึ่งเป็นกระบะ Ford  ใช้กุญแจสตาร์ทปกติ ก็ไม่มีปัญหาอะไรเพราะต้องเสียบกุญแจตลอด เวลา Start และอยู่ด้านข้างคนขับ  แต่อีกคัน เป็น Push start และมี Remote เปิดปิดประตูมาให้ มีปัญหากันตลอด คือ
1. ปุ่มมาอยู่ข้างเครื่องเสียง ขับๆ อยู่ คนนั่งข้างมาเผลอกด หรือลูกมาเล่นด้านหน้าตอนรถติด เผลอกด ลองคิดดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าเป็นแบบกุญแจแบบเดิม ไม่มีทางเกิดแบบนี้
อันนี้เป็นเรื่อง design แล้วครับ ไม่ได้เกี่ยวกับหรือดีไม่ได้ บางคันบางยี่ห้อก็อยู่ซ้ายพวงมาลัย บางคันบางยี่ห้อก็อยู่ขวาพวงมาลัย
2. แฟนมักพกรีโมตใส่กระเป๋าถือ บางครั้งสลับให้ผมขับ เธอลงไปทำธุระ เอากระเป๋าถือไปด้วย ผมลงไปเปิดเอาของหลังรถ กลับมารถยังไม่ได้ดับเครื่อง ผมก็เลยขับไปที่อื่นต่อ มันไปได้นะ แต่มีเสียงเตือนแค่ช่วงแรก ที่กุญแจไม่อยู่ที่รถ   ช่วงที่ผมไปเปิดเอาของท้ายรถ และไฟเตือนแต่ถ้าไม่สังเกตก็ไม่เห็น คราวนี้ ยุ่งเลย เพราะผมขับไปที่อื่นแล้ว แล้วดับเครื่อง สตาร์ทใหม่ก็ไม่ได้แล้ว บรรลัยเกิด ต้องให้นั่งวินตามมา แต่ถ้าเป็นกุญแจไม่เกิดปัญหานี้ แน่นอนเพราะต้องคาไว้ตลอด ไม่มีเผลอ
ถ้าเป็นกุญแจ แล้วคนอื่นเอาไป(แฟน/พี่/น้อง...) ก็ไม่ได้ต่างกันเลย น่าจะเป็นพฤติกรรมส่วนบุคคลมากกว่าครับ
3. ต้องมานั่งหาตัวรีโมตกันตลอด เวลาจะออกจากบ้านเพราะมันคิดว่ามันอยู่ในรถ กดปุ่มเอาก็ได้ เพราะมานั่งในรถ กันหมดทุกคน ก็มาถามกันว่ารีโมตอยู่ไหน ยุ่งฉิบหาย สุดท้ายอยู่ในบ้านต้องไปเอาอีกเป็นอย่างนี้บ่อยมาก  แต่ถ้าเป็นกุญแจ มันบังคับให้เราต้องมีกุญแจมาเพื่อสตาร์ทรถ ถ้าไปอีกคันไม่เคยเจอปัญหานี้เลย
จอดที่บ้าน ที่ทำงาน ที่เที่ยว หรือที่อื่นๆ ไม่มีใครเขาเอารีโมร์ททิ้งไว้ในรถหรอกครับ ทำแบบนี้เอารถจอดไว้รอขโมยเลย
    เท่าที่ผมใช้มาสองคันที่บ้าน เจอแบบนี้ทะเลาะกันทุกที ผมชอบแบบเดิมๆ มากกว่า ไม่ต้องทะเลาะกัน เพราะเรื่องแบบนี้ ครับ ปลอดภัยด้วย  ความเห็นส่วนตัวนะครับ ไม่ต้องมาดราม่า กันนะครับ  ความเห็นใครก็ความเห็นมัน ไม่มี 100% หรอกครับ

ดีครับ ถือว่าแชร์ความคิดเห็นมากกว่า ไม่มีดราม่าอะไรหรอก

ผมแค่มองว่า มันควรจะมีในสิ่งที่พื้นฐานๆ ซึ่งจะดีกับผู้บริโภคและเทรนด์ของรถสมัยนี้ครับ เพราะไม่ว่าค่ายอื่นหรืออะไรหรอก แค่ ford fiesta หรือ ford focus เองยังมีเลยครับ

 :D

ออฟไลน์ Mrbom

  • สมาชิก 30 ไมล์
  • ****
  • สมาชิก ID: 6474
  • กระทู้: 42
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: ระยอง
  • ชื่อเล่น: บ๋อม
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
Re: 2.2 Titanium ออฟชั่น3.2+
« ตอบกลับ #93 เมื่อ: 20 ต.ค. 2016, 14:01:17 »

น่าจะมี keyless มาได้แล้วนะครับนี่

คิดเหมือนกันเลยครับ บางที รถแพงกว่า แต่บางอย่างกลับไม่มีเหมือนรถถูกกว่า(มาก)
 - smart entry & Keyless
 - push start

เดี๋ยวนี้ รถ B-Segment ยัน Eco Car ยังมีเลย ราคาถูกว่าหลายเท่าตัว ถึงมองว่า EV มาออฟชั่นเยอะกว่ารถ ราคา หรือ  segment เดียวกัน แต่ของพวกนี้น่าจะพิจารณาใส่มาเป็นอุปกรณ์พื้นฐานได้แล้ว
ส่วนตัวผมกลับไม่ชอบ Push start เพราะมันมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยและ ปัญหาเรื่องตัวรีโมต เพราะ ที่บ้านมีรถสองคัน ตัวหนึ่งเป็นกระบะ Ford  ใช้กุญแจสตาร์ทปกติ ก็ไม่มีปัญหาอะไรเพราะต้องเสียบกุญแจตลอด เวลา Start และอยู่ด้านข้างคนขับ  แต่อีกคัน เป็น Push start และมี Remote เปิดปิดประตูมาให้ มีปัญหากันตลอด คือ
1. ปุ่มมาอยู่ข้างเครื่องเสียง ขับๆ อยู่ คนนั่งข้างมาเผลอกด หรือลูกมาเล่นด้านหน้าตอนรถติด เผลอกด ลองคิดดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าเป็นแบบกุญแจแบบเดิม ไม่มีทางเกิดแบบนี้
อันนี้เป็นเรื่อง design แล้วครับ ไม่ได้เกี่ยวกับหรือดีไม่ได้ บางคันบางยี่ห้อก็อยู่ซ้ายพวงมาลัย บางคันบางยี่ห้อก็อยู่ขวาพวงมาลัย
2. แฟนมักพกรีโมตใส่กระเป๋าถือ บางครั้งสลับให้ผมขับ เธอลงไปทำธุระ เอากระเป๋าถือไปด้วย ผมลงไปเปิดเอาของหลังรถ กลับมารถยังไม่ได้ดับเครื่อง ผมก็เลยขับไปที่อื่นต่อ มันไปได้นะ แต่มีเสียงเตือนแค่ช่วงแรก ที่กุญแจไม่อยู่ที่รถ   ช่วงที่ผมไปเปิดเอาของท้ายรถ และไฟเตือนแต่ถ้าไม่สังเกตก็ไม่เห็น คราวนี้ ยุ่งเลย เพราะผมขับไปที่อื่นแล้ว แล้วดับเครื่อง สตาร์ทใหม่ก็ไม่ได้แล้ว บรรลัยเกิด ต้องให้นั่งวินตามมา แต่ถ้าเป็นกุญแจไม่เกิดปัญหานี้ แน่นอนเพราะต้องคาไว้ตลอด ไม่มีเผลอ
ถ้าเป็นกุญแจ แล้วคนอื่นเอาไป(แฟน/พี่/น้อง...) ก็ไม่ได้ต่างกันเลย น่าจะเป็นพฤติกรรมส่วนบุคคลมากกว่าครับ
3. ต้องมานั่งหาตัวรีโมตกันตลอด เวลาจะออกจากบ้านเพราะมันคิดว่ามันอยู่ในรถ กดปุ่มเอาก็ได้ เพราะมานั่งในรถ กันหมดทุกคน ก็มาถามกันว่ารีโมตอยู่ไหน ยุ่งฉิบหาย สุดท้ายอยู่ในบ้านต้องไปเอาอีกเป็นอย่างนี้บ่อยมาก  แต่ถ้าเป็นกุญแจ มันบังคับให้เราต้องมีกุญแจมาเพื่อสตาร์ทรถ ถ้าไปอีกคันไม่เคยเจอปัญหานี้เลย
จอดที่บ้าน ที่ทำงาน ที่เที่ยว หรือที่อื่นๆ ไม่มีใครเขาเอารีโมร์ททิ้งไว้ในรถหรอกครับ ทำแบบนี้เอารถจอดไว้รอขโมยเลย
    เท่าที่ผมใช้มาสองคันที่บ้าน เจอแบบนี้ทะเลาะกันทุกที ผมชอบแบบเดิมๆ มากกว่า ไม่ต้องทะเลาะกัน เพราะเรื่องแบบนี้ ครับ ปลอดภัยด้วย  ความเห็นส่วนตัวนะครับ ไม่ต้องมาดราม่า กันนะครับ  ความเห็นใครก็ความเห็นมัน ไม่มี 100% หรอกครับ

ดีครับ ถือว่าแชร์ความคิดเห็นมากกว่า ไม่มีดราม่าอะไรหรอก

ผมแค่มองว่า มันควรจะมีในสิ่งที่พื้นฐานๆ ซึ่งจะดีกับผู้บริโภคและเทรนด์ของรถสมัยนี้ครับ เพราะไม่ว่าค่ายอื่นหรืออะไรหรอก แค่ ford fiesta หรือ ford focus เองยังมีเลยครับ

 :D

ตอบข้อสองนะครับ ผมว่าคุณอ่านของผมไม่ครบนะครับ ไม่เกี่ยวกับพฤติกรรมส่วนบุคคลครับ  ลองอ่านดูใหม่ ครับ การที่เราคากุญแจไว้ที่รถปลอดภัยกว่าครับ ไม่เหมือนปุ่มกดสตาร์ด เพราะมันเป็นการแยกเอารีโมตออกจากตัวรถได้ง่าย ๆ  อ่านให้เข้าใจอีกทีครับ
     ส่วนข้อสามก็เช่นเดียวกันลองอ่านให้เข้าใจอีกที ครับ ผมบอกว่ามีการลืมรีโมตทิ้งไว้ในบ้าน ไม่ใช่เหรอ  ผมก็เขียนอยู่ชัดๆ  แต่ตัวรีโมตมันสามารถแยกจากจุดที่เราต้องทำการสตาร์ดได้ครับ ทำให้เกิดความสับสนได้ว่า เราเอารีโมตมาหรือยัง ลองอ่านอีกที ให้ครบ นะครับ ไม่ต้องดราม่ามาอีกนะครับ 

ออฟไลน์ dikiboyz

  • สมาชิก 10 ไมล์
  • **
  • สมาชิก ID: 5768
  • กระทู้: 17
  • พลังน้ำใจ : 1
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: บอย
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
Re: 2.2 Titanium ออฟชั่น3.2+
« ตอบกลับ #94 เมื่อ: 21 ต.ค. 2016, 10:11:15 »

น่าจะมี keyless มาได้แล้วนะครับนี่

คิดเหมือนกันเลยครับ บางที รถแพงกว่า แต่บางอย่างกลับไม่มีเหมือนรถถูกกว่า(มาก)
 - smart entry & Keyless
 - push start

เดี๋ยวนี้ รถ B-Segment ยัน Eco Car ยังมีเลย ราคาถูกว่าหลายเท่าตัว ถึงมองว่า EV มาออฟชั่นเยอะกว่ารถ ราคา หรือ  segment เดียวกัน แต่ของพวกนี้น่าจะพิจารณาใส่มาเป็นอุปกรณ์พื้นฐานได้แล้ว
ส่วนตัวผมกลับไม่ชอบ Push start เพราะมันมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยและ ปัญหาเรื่องตัวรีโมต เพราะ ที่บ้านมีรถสองคัน ตัวหนึ่งเป็นกระบะ Ford  ใช้กุญแจสตาร์ทปกติ ก็ไม่มีปัญหาอะไรเพราะต้องเสียบกุญแจตลอด เวลา Start และอยู่ด้านข้างคนขับ  แต่อีกคัน เป็น Push start และมี Remote เปิดปิดประตูมาให้ มีปัญหากันตลอด คือ
1. ปุ่มมาอยู่ข้างเครื่องเสียง ขับๆ อยู่ คนนั่งข้างมาเผลอกด หรือลูกมาเล่นด้านหน้าตอนรถติด เผลอกด ลองคิดดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าเป็นแบบกุญแจแบบเดิม ไม่มีทางเกิดแบบนี้
อันนี้เป็นเรื่อง design แล้วครับ ไม่ได้เกี่ยวกับหรือดีไม่ได้ บางคันบางยี่ห้อก็อยู่ซ้ายพวงมาลัย บางคันบางยี่ห้อก็อยู่ขวาพวงมาลัย
2. แฟนมักพกรีโมตใส่กระเป๋าถือ บางครั้งสลับให้ผมขับ เธอลงไปทำธุระ เอากระเป๋าถือไปด้วย ผมลงไปเปิดเอาของหลังรถ กลับมารถยังไม่ได้ดับเครื่อง ผมก็เลยขับไปที่อื่นต่อ มันไปได้นะ แต่มีเสียงเตือนแค่ช่วงแรก ที่กุญแจไม่อยู่ที่รถ   ช่วงที่ผมไปเปิดเอาของท้ายรถ และไฟเตือนแต่ถ้าไม่สังเกตก็ไม่เห็น คราวนี้ ยุ่งเลย เพราะผมขับไปที่อื่นแล้ว แล้วดับเครื่อง สตาร์ทใหม่ก็ไม่ได้แล้ว บรรลัยเกิด ต้องให้นั่งวินตามมา แต่ถ้าเป็นกุญแจไม่เกิดปัญหานี้ แน่นอนเพราะต้องคาไว้ตลอด ไม่มีเผลอ
ถ้าเป็นกุญแจ แล้วคนอื่นเอาไป(แฟน/พี่/น้อง...) ก็ไม่ได้ต่างกันเลย น่าจะเป็นพฤติกรรมส่วนบุคคลมากกว่าครับ
3. ต้องมานั่งหาตัวรีโมตกันตลอด เวลาจะออกจากบ้านเพราะมันคิดว่ามันอยู่ในรถ กดปุ่มเอาก็ได้ เพราะมานั่งในรถ กันหมดทุกคน ก็มาถามกันว่ารีโมตอยู่ไหน ยุ่งฉิบหาย สุดท้ายอยู่ในบ้านต้องไปเอาอีกเป็นอย่างนี้บ่อยมาก  แต่ถ้าเป็นกุญแจ มันบังคับให้เราต้องมีกุญแจมาเพื่อสตาร์ทรถ ถ้าไปอีกคันไม่เคยเจอปัญหานี้เลย
จอดที่บ้าน ที่ทำงาน ที่เที่ยว หรือที่อื่นๆ ไม่มีใครเขาเอารีโมร์ททิ้งไว้ในรถหรอกครับ ทำแบบนี้เอารถจอดไว้รอขโมยเลย
    เท่าที่ผมใช้มาสองคันที่บ้าน เจอแบบนี้ทะเลาะกันทุกที ผมชอบแบบเดิมๆ มากกว่า ไม่ต้องทะเลาะกัน เพราะเรื่องแบบนี้ ครับ ปลอดภัยด้วย  ความเห็นส่วนตัวนะครับ ไม่ต้องมาดราม่า กันนะครับ  ความเห็นใครก็ความเห็นมัน ไม่มี 100% หรอกครับ

ดีครับ ถือว่าแชร์ความคิดเห็นมากกว่า ไม่มีดราม่าอะไรหรอก

ผมแค่มองว่า มันควรจะมีในสิ่งที่พื้นฐานๆ ซึ่งจะดีกับผู้บริโภคและเทรนด์ของรถสมัยนี้ครับ เพราะไม่ว่าค่ายอื่นหรืออะไรหรอก แค่ ford fiesta หรือ ford focus เองยังมีเลยครับ

 :D

ตอบข้อสองนะครับ ผมว่าคุณอ่านของผมไม่ครบนะครับ ไม่เกี่ยวกับพฤติกรรมส่วนบุคคลครับ  ลองอ่านดูใหม่ ครับ การที่เราคากุญแจไว้ที่รถปลอดภัยกว่าครับ ไม่เหมือนปุ่มกดสตาร์ด เพราะมันเป็นการแยกเอารีโมตออกจากตัวรถได้ง่าย ๆ  อ่านให้เข้าใจอีกทีครับ
     ส่วนข้อสามก็เช่นเดียวกันลองอ่านให้เข้าใจอีกที ครับ ผมบอกว่ามีการลืมรีโมตทิ้งไว้ในบ้าน ไม่ใช่เหรอ  ผมก็เขียนอยู่ชัดๆ  แต่ตัวรีโมตมันสามารถแยกจากจุดที่เราต้องทำการสตาร์ดได้ครับ ทำให้เกิดความสับสนได้ว่า เราเอารีโมตมาหรือยัง ลองอ่านอีกที ให้ครบ นะครับ ไม่ต้องดราม่ามาอีกนะครับ

ส่วนตัว ผมก็ยังอยากให้มี smart entry keyless เหมือนเดิม เพราะสมัยนิยม และความขอบส่วนตัว และราคารถขนาดนี้ไม่มีถือว่าตัด option ที่น่าสนใจไปอย่างหนึ่งเลย และผมก็ค่อยข้างมั่นใจว่า หลายๆ คนชอบและอยากได้ option นี้

ผมขอชี้แจงตามนี้นะครับ

2. แฟนมักพกรีโมตใส่กระเป๋าถือ บางครั้งสลับให้ผมขับ เธอลงไปทำธุระ เอากระเป๋าถือไปด้วย ผมลงไปเปิดเอาของหลังรถ กลับมารถยังไม่ได้ดับเครื่อง ผมก็เลยขับไปที่อื่นต่อ มันไปได้นะ แต่มีเสียงเตือนแค่ช่วงแรก ที่กุญแจไม่อยู่ที่รถ   ช่วงที่ผมไปเปิดเอาของท้ายรถ และไฟเตือนแต่ถ้าไม่สังเกตก็ไม่เห็น คราวนี้ ยุ่งเลย เพราะผมขับไปที่อื่นแล้ว แล้วดับเครื่อง สตาร์ทใหม่ก็ไม่ได้แล้ว บรรลัยเกิด ต้องให้นั่งวินตามมา แต่ถ้าเป็นกุญแจไม่เกิดปัญหานี้ แน่นอนเพราะต้องคาไว้ตลอด ไม่มีเผลอ
-> "ตอบข้อสองนะครับ ผมว่าคุณอ่านของผมไม่ครบนะครับ ไม่เกี่ยวกับพฤติกรรมส่วนบุคคลครับ  ลองอ่านดูใหม่ ครับ การที่เราคากุญแจไว้ที่รถปลอดภัยกว่าครับ ไม่เหมือนปุ่มกดสตาร์ด เพราะมันเป็นการแยกเอารีโมตออกจากตัวรถได้ง่าย ๆ  อ่านให้เข้าใจอีกทีครับ "

ผมอธิบายว่า เป็นพฤติกรรมของคน หรือผู้ใช้รถเอง เพราะเนื่องจาก ปัจจุบัน รถยนต์ ร้อย 60 ตั้งแต่ B ถึง D segment ราคาหลัก 4 แสน ก็มีระบบ smart entry & keyless กันแล้วทั้งนั้น แต่ปัญหาที่คุณพบ หรือ บอกว่า เรื่องการสลับกระเป๋าหรือมีคนเอากุญแจออกจากรถไปโดยไม่ตั้งใจ

เท่าที่ทราบ รถแทบทุกรุ่นที่มีระบบ smart entry&keyless เนี่ยะ ระบบมันจะเตือนอยู่แล้ว เมื่อกุญแจออกห่างจากตัวรถ น่ารู้ตัวน่ะ และหลายๆ คนก็รู้ตัวถ้ามันเตือน

หรือถ้าคุณบอกว่า อยากให้เอากุญแจไว้ใสรถหรือเสียบคาไว้ในรถ อุ่นใจสุด คุณไปดู volvo ครับ เขามีระบบ smart entry&keyless แต่เขาก็มีที่เสียบกุญแจรถ(ไม่ใช่เสียบแค่ดอกกุญแจเพื่อบิด start รถน่ะ แต่มันเป็นที่เสียบหรือที่เก็บกญแจทั้งอัน ยัดลงไปเลย ถ้าค่ายรถกลัวเหตุการณ์ที่คุณบอก มันก็ไม่น่าจะเสียหายหรือเพิ่ม cost มากมาย ในการทำที่เสียบแบบนี้ มากนัก

3. ต้องมานั่งหาตัวรีโมตกันตลอด เวลาจะออกจากบ้านเพราะมันคิดว่ามันอยู่ในรถ กดปุ่มเอาก็ได้ เพราะมานั่งในรถ กันหมดทุกคน ก็มาถามกันว่ารีโมตอยู่ไหน ยุ่งฉิบหาย สุดท้ายอยู่ในบ้านต้องไปเอาอีกเป็นอย่างนี้บ่อยมาก  แต่ถ้าเป็นกุญแจ มันบังคับให้เราต้องมีกุญแจมาเพื่อสตาร์ทรถ ถ้าไปอีกคันไม่เคยเจอปัญหานี้เลย
-> "ส่วนข้อสามก็เช่นเดียวกันลองอ่านให้เข้าใจอีกที ครับ ผมบอกว่ามีการลืมรีโมตทิ้งไว้ในบ้าน ไม่ใช่เหรอ  ผมก็เขียนอยู่ชัดๆ  แต่ตัวรีโมตมันสามารถแยกจากจุดที่เราต้องทำการสตาร์ดได้ครับ ทำให้เกิดความสับสนได้ว่า เราเอารีโมตมาหรือยัง"

ผมอธิบายไป หมายความว่า ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนๆ บ้าน ที่ทำงาน หรืออื่นๆ ถ้าลืมกุญแจไว้ห่างจากตัวรถมากพอสมควร ไอ้เจ้า smart entry&keyless นี่มันจะทำงานหรือครับ ถามจริง คุณบอกว่าเดินมาที่รถ เข้าไปนั่งในรถกันหมด แล้วถามหากุญแจ คุณจะเข้าไปนั่งในรถได้โดยไม่มีกุญแจติดตัวไปด้วยหรือครับ?? หรือว่าผมงง เข้าใจผิดไปเอง ว่าไม่ต้องมีกุญแจหรือถือกุญแจในระยะที่ระบบยอมให้เปิดประตู ไปกดปุ่มเล็กๆ ที่มือจับเปิดประตูได้เลย โดยไม่ต้องพกกุญแจ มันก็เปิดให้ได้ ซึ่งผมเข้าใจว่าถ้าจะเข้ารถได้ แสดงว่า ต้องมีกุญแจทิ้งไว้ในรถหรือป่าว(ถ้าไม่พกไว้กับตัว) ที่ผมอยากจะสื่อมีแค่นี้

สุดท้าย เอาเป็นว่า แล้วแต่คนชอบละกันครับ คุณไม่ชอบ ก็แล้วไป เพราะ ford ไม่รู้จะใส่ใน everest ตัวปัจจุบันหรือป่าวด้วย

ออฟไลน์ Santiparp

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 8598
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: ปทุมธานี
  • ชื่อเล่น: ปืน
  • สีรถ: ยังไม่ระบุ
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
Re: 2.2 Titanium ออฟชั่น3.2+
« ตอบกลับ #95 เมื่อ: 09 มี.ค. 2017, 14:18:52 »
 :emo_069: